“เลสเตอร์ ซิตี้” ทยานเข้าสู่ เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม หลังดวล “ดาร์บี้” ช่วงต่อเวลา

By | February 9, 2017

Leicester-vs-Derby ข่าวฟุตบอลเอฟเอ คัพ

เลสเตอร์ ซิตี้ ทยานเข้าสู่ เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังต่อเวลาดวล ดาร์บี้ กว่า 120 นาที โดยเป็นการแข่งขันนัดรีแมตซ์ ในวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลา 90 นาที ต่างยิงประตูเสมอกันไป 1-1 และช่วงต่อเวลา “จิ้งจอกสยาม” สามารถยิงประตูขึ้นำได้ถึง 2 ลูก จบเกมส์ ดาร์บี้ พ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในขณะที่ก่อนหน้านี้เป็นการเสมอกัน 2-2 ในถิ่นไพรด์ พาร์ค

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 นัดรีเพลย์ ฤดูกาล 2016-17 เป็นการพบกันระหว่าง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 4 สมัย เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทีมจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เคยได้ด้วยใบนี้มาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งการแข่งขันนัดต่อไปของ เลสเตอร์ จะเป็นการพบกันกับทีม มิลล์วอล

จังหวะสำคัญในเกมส์

ครึ่งแรก

น.4 เลสเตอร์ ได้บุกเข้าทักทายก่อน ดามาไร เกรย์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ ริชาร์ด คีโอกห์ โหม่งสกัดไม่ดี บอลลอยมาทางเสาสอง ดาเนียล อมาร์เตย์ โถมขึ้นมาโหม่ง บอลย้อยตกหลังคาน

น.19 ดาร์บี้ ขึ้นเกมรุกเข้าตอบโต้ได้บ้าง มีลุ้นหวาดเสียว จาค็อบ บัตเตอร์ฟิลด์ ถ่ายบอลออกด้านขวาให้ อับดุล กามาร่า ยืนโล่งรอบอลอยู่คนเดียว ก่อนแต่งบอลตัดเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย แต่บอลหลุดเสาสอง

น.33 เลสเตอร์ พลาดโอกาสได้ประตูออกนำ เมื่อ ดามาไร เกรย์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลุยหลบตัวประกบเข้าเขตโทษด้านขวาแล้วเปิดยัดเข้าใน อาห์เหม็ด มูซ่า พยายามพุ่งเข้าชาร์จแค่ 3 หลา แต่เข้าไม่ถึงอย่างน่าเสียดาย

น.45+1 ดาร์บี้ ได้โอกาสลุ้นใกล้เคียงมากที่สุดในเกมนี้ ไซรัส คริสตี้ ทุ่มเร็วให้ จาค็อบ บัตเตอร์ฟิลด์ พลิกบอลหันหน้าเข้าประตูแล้วซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเกือบเสียบมุม รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ปัดปลายมือทิ้งออกหลัง

หมดครึ่งแรก เลสเตอร์ กับ ดาร์บี้ ยังเสมอกันอย่างจืดชืด 0-0

ครึ่งหลัง

น.46 เลสเตอร์ เปิดฉากครึ่งหลังมาไม่ถึง 1 นาที ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ดามาไร เกรย์ ขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย โยกตัดเข้าในแล้วเปิดโค้งไปที่เสาสองให้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน โหม่งงัดจากเส้นหลังชงกลับเข้ามาให้ แอนดี้ คิง โขกซ้ำจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ

น.61 ดาร์บี้ ยกระดับเกมเข้าตอบโต้ ก่อนจะมาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผลเยื้องเขตโทษมาทางด้านขวา ยูเลี่ยน เด ซาร์ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ อับดุล กามาร่า กดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งแฉลบ เบน ชิลเวลล์ ตัวยืนกำแพงเปลี่ยนทางเข้าประตู โดยที่ โรเบิร์ต ซีเลอร์ หลงไปอีกทาง “แกะเขาเหล็ก” ไล่เจ๊า 1-1

น.80 ดาร์บี้ รูปเกมเหนือกว่าชัดเจน มีโอกาสลุ้นใกล้เคียง ไซรัส คริสตี้ ขึ้นเกมทางด้านขวา จ่ายต่อให้ จอห์นนี่ รัสเซลล์ แต่งบอลตัดเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งไปตรงตัว โรเบิร์ต ซีเลอร์ รับเข้าซอง

น.81 เลสเตอร์ นานๆ จะได้โอกาสลุ้นใกล้เคียง จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดโค้งเข้าเขตโทษมาให้ แอนดี้ คิง สอดมาโหม่งที่เสาแรก บอลย้อยหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

น.89 เลสเตอร์ พยายามเร่งเครื่องบุกในช่วงท้าย มีโอกาสลุ้นจากการลุยขึ้นเกมทางฝั่งขวาของ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดจากเส้นหลังโค้งเข้าในให้ อาห์เหม็ด มูซ่า เทกตัวโขกเหน่งๆ แต่ไปตรงตัว โจนาธาน มิตเชลล์

จบเกม 90 นาที เลสเตอร์ เปิดบ้านเสมอกับ ดาร์บี้ 1-1 รวมผล 2 นัด เสมอกันด้วยสกอร์ 3-3 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

*น.94 ช่วงต่อเวลาพิเศษออกมาได้แค่ 4 นาที เลสเตอร์ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ริยาด มาห์เรซ จ่ายบอลจากกลางสนามยัดขึ้นหน้าให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ พาบอลลากจี้แล้วสับไกด้วยซ้ายจากระยะ 23 หลา บอลพุ่งหนีมือนายประตูทีมเยือนเสียบโคนเสาเหลี่ยมในเข้าไป

*น.114 เลสเตอร์ มาบวกประตูหนีไปเป็น 3-1 มาร์ค อัลไบรท์ตัน จ่ายบอลจากด้านซ้ายต่อให้ ดามาไร เกรย์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลแหลกฝ่าดงแนวรับทีมเยือนเข้าเขตโทษ จนเสียหลักล้มคว่ำกันไป ก่อนหลุดเข้าไปแปด้วยขวาหนีมือ โจนาธาน มิตเชลล์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด

*จบเกม 120 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ไปด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ โดยจะเข้าไปพบกับ มิลล์วอลล์ ทีมจาก ลีก วัน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้

รายชื่อผู้เล่น เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1)
รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ – ดาเนียล อมาร์เตย์, วาร์ซิน วาซิเลฟสกี้, โยฮัน เบนาลูยาน, เบน ชิลเวลล์ – นอมปาลิส เมนดี้ (วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ น.91), แอนดี้ คิง – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, บาร์ตอสซ์ คาปุสต์ก้า (ริยาด มาห์เรซ น.81), ดามาไร เกรย์ – อาห์เหม็ด มูซ่า (อิสลาม สลิมานี่ น.91)
สำรองไม่ได้ใช้
เบน ฮาเมอร์ – คริสเตียน ฟุคส์, แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์, ชินจิ โอกาซากิ

รายชื่อผู้เล่น ดาร์บี้ เคาน์ตี้ (4-3-3)
โจนาธาน มิตเชลล์ – ไซรัส คริสตี้, ริชาร์ด คีโอกห์, เจสัน แซ็คเคลล์, แม็กซ์ โลว์ – แบร็ดลี่ย์ จอห์นสัน (มาเตจ วีดร้า น.53), ยูเลี่ยน เด ซาร์, จาค็อบ บัตเตอร์ฟิลด์ – อับดุล กามาร่า (จอห์นนี่ รัสเซลล์ น.74), นิค แบล็คแมน (เดวิด นิวเจนท์ น.82), อิเคชี่ อันย่า
สำรองไม่ได้ใช้
สกอตต์ คาร์สัน – อเล็กซ์ เพียร์ซ, คริส แบร์ด, ทอม อินซ์

Please follow and like us: