“เลสเตอร์ ซิตี้” เปิดสนาม คิง พาวเวอร์ แบ่งแต้มให้แมนยู 3 คะแนน

By | 06/02/2017

Leicester-vs-ManUnited jan 2017

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่าพรีเเมียร์ 2015-2016 พ่าย “แมนฯยู” คาบ้าน 0-3 หลังเปิดสนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเป็นการพบกันเป็นนัดที่สองของพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2016-2017 แข่งขันวันอาทิตย์ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมในฟอร์มตั้งแต่เริ่มฤดูกาลมาในช่วงทาย ซึ่งเป็นการทำประตูจาก เฮนริค มคิทาร์ยาน, “อิบรา” และ “ฆวน มาต้า” ทำคนละประตู

ผลในอันดับตารางก่อนลงสนาม เลสเตอร์ ซิตี้ หล่นไปอยู่อันดับ 16 ของตาราง เก็บไปได้แค่ 21 คะแนน และ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ของตาราง มีอยู่ 42 คะแนน โดยการพบกันครั้งแรกในซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะมาขาดลอย 4-1

จังหวะสำคัญในเกมส์

ครึ่งแรก

น.6 แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าทักทายก่อน ซลาตัน ดีดลูกส้นออกมาทางด้านซ้ายให้ มาร์กอส โรโฮ วิ่งเข้าวัดด้วยซ้าย บอลติดไซด์ก้อยพุ่งเข้ากรอบ แต่ ชไมเคิ่ล ยังรับไว้ได้สบาย

น.15 เลสเตอร์ ทำเกมบุกขึ้นมาหาโอกาสลุ้นได้จากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ สะกิดบอลออกด้านขวาให้ ริยาด มาห์เรซ แต่งบอลโยกตัดเข้าในแล้วหาเหลี่ยมยิงด้วยซ้ายข่างถนัด แต่ยิงหลุดกรอบไปไกล

น.23 แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มขยับเกมรุกเข้าหาได้มากขึ้น มีโอกาสลุ้นใกล้เคียง ฆวน มาต้า จ่ายเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ตักโด่งหักข้อเข้าในมาให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เข้ามากดด้วยขวาเต็มๆ แต่บอลดด่งข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

น.35 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสใกล้เคียงที่จะได้ประตูออกนำ จังหวะต่อบอลกันมาเป็นทอดๆ ก่อนที่ ปอล ป็อกบา จ่ายยัดเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะเร็วตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเกือบเสียบโคนเสา แต่ ชไมเคิ่ล ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งหวุดหวิด

น.42 แมนฯ ยูไนเต็ด คุมสถานการณ์ไว้ได้เกือบทั้งหมด จนกระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ คริส สมอลลิ่ง เบียดขึ้นโหม่งธรรมดาตรงกลางสนาม เฮนริค มคิทาร์ยาน ฉกบอลตัดหน้า โรเบิร์ต ฮูธ พาบอลควบลุยเดี่ยวขึ้นหน้าเข้าเขตโทษ แล้วซัดสวนตัว ชไมเคิ่ล เข้าไปอย่างเด็ดขาด

น.44 แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เพลาเครื่องในช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนจะมาบวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 ในเวลาห่างกันแค่ 2 นาที อันโตนิโอ วาเลนเซีย ลากจี้ขึ้นเกมทางด้านขวา แล้วเปิดยัดเข้าในมาบริเวณจุดโทษให้ ซลาตัน ตวัดยิงตามน้ำด้วยขวา บอลลอดหว่างขา เวส มอร์แกน เข้าไปซุกก้นตาข่าย

หมดครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมานำ เลสเตอร์ 2-0

ครึ่งหลัง

น.49 แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดฉากเข้าโจมตีทันทีในช่วงต้นครึ่งหลัง เริ่มมาไม่กี่อืดใจก็มายิงประตูหนีไปเป็น 3-0 ฆวน มาต้า ทำเกมขึ้นมาทางด้านขวา จ่ายยัดเข้าในมาให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ดึงจังหวะจ่ายทะลุช่องให้ มาต้า หลุดเดี่ยวเข้าไปแปสวนตัว ชไมเคิ่ล เข้าไปนิ่มๆ

น.52 แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างโอกาสลุ้นประตูเพิ่มได้อีก ซลาตัน จ่ายทะลุช่องมาทางด้านซ้ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะบอลหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายมุมแคบ ชไมเคิ่ล ยังล้มตัวปัดทิ้งไปได้ทัน

น.57 เลสเตอร์ จำเป็นต้องเปิดเกมแลกเพื่อหวังทวงประตูคืน มีโอกาสลุ้นจากลูกฟรีคิกระยะหวังผลเยื้องมาทางด้านขวา ริยาด มาห์เรซ บรรจงปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งทะลุกำแพงพุ่งเข้าข้างตาข่าย

น.62 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสได้ประตูที่ 4 อย่างน่าเสียดาย ดาเล่ย์ บลินด์ วางบอลยาวจากริมเส้นด้านซ้ายขึ้นหน้าให้ ฆวน มาต้า หลุดกัปดักล้ำหน้าเข้าเขตโทษ แต่จังหวะจะยิงตัดสินใจไม่ดี โดน ชไมเคิ่ล เข้ามาบล็อกเอาบอลไปได้

น.73 เลสเตอร์ พยายามเปิดเกมบุกแลกอย่างหนัก มีลุ้นหวาดเสียว ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากหน้าเขตโทษด้านขวายัดเข้าในมาให้ เจมี่ วาร์ดี้ โฉบเข้ามาโหม่งเปลี่ยนทาง แต่บอลโด่งข้ามคานไปไกล

น.83 แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นแบบไร้ความกดดัน มีโอกาสลุ้นประตูเพิ่ม ซลาตัน ทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวาให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ตบหักข้อย้อนมาให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน สอดเข้ามากดด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลโด่งข้ามคาน

จบเกม 90 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอย 3-0 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 45 คะแนน ยังอยู่อันดับ 6 เท่าเดิม มีแต้มไล่หลัง อันดับ 5 อย่าง ลิเวอร์พูล และ อันดับ 4 อย่าง อาร์เซน่อล เหลือ 1 และ 2 แต้ม ตามลำดับ ขณะที่ “จิ้งจอกสยาม” จมอยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนเท่าเดิม โดยห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่คะแนนเดียว

รายชื่อผู้เล่น เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2)
แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์ – อาห์เหม็ด มูซ่า (แอนดี้ คิง น.46), วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์, ริยาด มาห์เรซ – ชินจิ โอกาซากิ (ดามาไร เกรย์ น.46), เจมี่ วาร์ดี้
สำรองไม่ได้ใช้
รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ – โยฮัน เบนาลูยาน, เบน ชิลเวลล์, บาร์ตอสซ์ คาปุสต์ก้า, มาร์ค อัลไบรท์ตัน

รายชื่อผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1)
ดาบิด เด เคอา – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริค ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ (ดาเล่ย์ บลินด์ น.46) – อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา – ฆวน มาต้า (มารูยาน เฟลไลนี่ น.77), เฮนริค มคิทาร์ยาน, มาร์คัส แรชฟอร์ด (แอชลี่ย์ ยัง น.83) – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
สำรองไม่ได้ใช้
เซร์คิโอ โรเมโร่ – ไมเคิ่ล คาร์ริค, เจสซี่ ลินการ์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล