“จิ้งจอกสยาม” เฉือด “เซบีย่า” สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก

By | March 15, 2017

LeicesterCity-vs-Sevilla-UEFA-championleage

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง หลังทะยานเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2016-2017 โดยในเกมส์ล่าสุดก่อนผ่านเข้ารอบจะเป็นการพบกันในรอบ 16 ทีม ซึ่งเป็นการพบกันเป็นรอบที่สองในถิ่นสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เซบีย่า ผลในการแข่งขันเจ้าถิ่น “จิ้งจอกสยาม” สามารถเฉือนชนะไปได้หวุดหวิด 2-0 ในขณะที่ทีมจากลีกสเปนเหลือผู้เล่น 10 คน โดยการพบกันในเลกแรกเป็นทาง เซบีย่า ที่เปิดราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน เฉือนชนะด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้เลสเตอร์มีสกอร์รวม 3-2 ทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้ายในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ

จังหวะสำคัญในเกมส์

ครึ่งแรก

น.4 เซบีย่า เกือบบุกมายิงนำตั้งแต่ต้นเกม ในจังหวะที่ ปาโบล ซาราเบีย เปิดบอลจากฝั่งขวายัดเข้าเขตโทษมาให้ ซามีร์ นาสรี่ แตะบอลหนี เวส มอร์แกน แล้วซัดด้วยขวามุมแคบ ชไมเคิ่ล ตต้องออกแรงปัดทิ้งออกไป

น.21 เซบีย่า เป็นฝ่ายจังหวะจบสกอร์ได้ดีกว่า ซามีร์ นาสรี่ ดีดบอลเร็วขึ้นหน้าให้ วิดแซม เบน เย็ดแดร์ โหม่งตั้งมาให้ ปาโบล ซาราเบีย แต่งบอลซัดด้วยซ้ายระยะ 22 หลา แต่ยิงบิดมากไปบอลหลุดกรอบ

น.27 เลสเตอร์ หาจังหวะลุ้นเข้าทำได้ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อโอกาสมาถึงก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ จากฟรีคิกเหนือเขตโทษทางซ้าย ริยาด มาห์เรซ เปิดเข้ามาลุ้นในเขตโทษ บอลโค้งลอยมาทางเสาสอง เวส มอร์แกน ที่เหมือนจะเข้าไม่ถึงบอลแล้ว แต่ยังใช้เข่าขวากระทุ้งเบาๆ เปลี่ยนทางบอลเข้าไปเสียบมุมพา “จิ้งจอกสยาม” ขึ้นนำ 1-0

น.30 เซบีย่า กลับมาลุยต่อ หาโอกาสลุ้นได้อีกครั้ง เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ เก็บตกจากแถวสองโหม่งหนุนยัดเข้าเขตโทษด้านขวามาให้ วิดแซม เบน เย็ดแดร์ พลิกตัวซัดด้วยขวามุมแคบ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

น.38 เลสเตอร์ สร้างโอกาสลุ้นหวาดเสียว เจมี่ วาร์ดี้ ได้บอลในเขตโทษด้านซ้ายหาจังหวะพลิกยิงไม่ได้ ก่อนไหลย้อนมาให้ แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ แต่งบอลยิงด้วยขวา แต่ยิงบดเกินไป เข้ามือ เซร์คิโอ ริโก้

หมดครึ่งแรก เลสเตอร์ นำ เซบีย่า 1-0

ครึ่งหลัง

น.53 เซบีย่า ปรับหมากแก้เกมมาลุยในครึ่งหลัง มีโอกาสลุ้นประตูตีเสมอ เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ ตั้งป้อมซัดไกลด้วยซ้ายร่วม 30 หลา บอลพุ่งส่ายหนีมือ ชไมเคิ่ล ไปชนคานเต็มๆ ก่อนที่ เบน เย็ดแดร์ จะตามไปยิงซ้ำ แต่บอลโด่งข้ามคาน

น.54 เลสเตอร์ อาศัยโอกาสเข้าทำไม่กี่ครั้ง สามารถเปลี่ยนเป็นประตูนำ 2-0 ให้สาวกได้เฮลั่นสนาม ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาโด่งเข้าเขตโทษ อาดิล รามี่ โหม่งสกัดไม่ขาดมาเข้าทาง มาร์ค อัลไบรท์ตัน พักอกเอาบอลลงหนึ่งจังหวะแล้ววอลเลย์ด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบมุมอย่างเด็ดขาด

น.67 เลสเตอร์ เล่นง่ายมากกว่าเดิม ยังมีโอกาสลุ้นหวาดเสียว ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวเรียดเข้าใน เซร์คิโอ ริโก้ พุ่งปัดออกมาเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ วอลเลย์สวนด้วยซ้าย แต่บอลหลุดออกหลัง

น.73 เซบีย่า เริ่มขึงแนวรับเจ้าถิ่นได้มากขึ้นแล้ว มีโอกาสลุ้นประตูเมื่อ บิโตโล่ ไหลทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวาให้ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า หลุดเข้าไปกดด้วยขวามุมแคบเต็มข้อ ชไมเคิ่ล ต้องออกแรงปัดทิ้ง

น.74 เซบีย่า ที่เหมือนจะทำได้ดีขึ้นตามลำดับ กลับต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ซามีร์ นาสรี่ ไปมีเรื่องกับ เจมี่ วาร์ดี้ แล้วไปเฮดบัตต์ใส่ดาวยิงเมืองผู้ดี ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองทั้งคู่ แต่ นาสรี่ มีใบเหลืองติดตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว รับใบแดงไล่ออก

น.80 เซบีย่า แม้เหลือ 10 คนแต่ยังเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ จนกระทั่งมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งสไลด์ตัวออกมาเซฟบอล แรงเฉื่อยที่ไถลออกมาไปเลาะข้อเท้า บิโตโล่ ที่จิ้มบอลหนีไปแล้ว สตีเว่น เอ็นซ็อนซี่ รับหน้าที่สังหาร แต่ ชไมเคิ่ล พุ่งถูกทางเซฟเอาไว้ได้

น.88 เลสเตอร์ พลาดโอกาสบวกประตูหนีห่าง จากจังหวะสวนกลับเร็ว ริยาด มาห์เรซ กระชากบอลขึ้นเกมจากกลางสนาม ก่อนจ่ายออกด้านขวาให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยืนโล่งรอรับบอลคนเดียว แต่ยิงข้ามคานไปอย่างน่าผิดหวัง

จบเกม 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เซบีย่า 2-0 รวมผล 2 นัดชนะไปด้วยสกอร์ 3-2 สร้างประวิติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นผลสำเร็จ

รายชื่อผู้เล่น เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2)
แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์ – ริยาด มาห์เรซ (ดาเนี่ยล อมาร์เตย์ น.89), แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, มาร์ค อัลไบรท์ตัน – ชินจิ โอกาซากิ (อิสลาม สลิมานี่ น.64), เจมี่ วาร์ดี้
สำรองไม่ได้ใช้
รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ – เบน ชิลเวลล์, แอนดี้ คิง, เดมาไร เกรย์, เลโอนาร์โด้ อูยัว

รายชื่อผู้เล่น เซบีย่า (3-4-3)
เซร์คิโอ ริโก้ – กาเบรียล เมอร์ชาโด้ (มาเรียโน่ น.46), นิโคลัส ปาเรฮา, อาดิล รามี่ – ปาโบล ซาราเบีย (สเตฟาน โยเวติช น.46), บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, สตีเว่น เอ็นซ็อนซี่, เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ – บิโตโล่, วิดแซม เบน เย็ดแดร์ (ฆัวกิน กอเรอา น.68), ซามีร์ นาสรี่
สำรองไม่ได้ใช้
ดาบิด โซเรีย – เกลม็องต์ ล็องเลต์, มาธีอัส คราเนวิตเตร์, ฟรังโก้ วาซเกซ